INTERVIEWจากผู้มีประสบการณ์จากNFT กับเจ้าของคอลเลกชัน KID-KIDS

900 Shares

หลังจากที่ได้ศึกษาเกี่ยวกับNFTมาคร่าวๆแล้ว เราจึงเชิญผู้ที่มีประสบการณ์จากNFT ที่มีรายได้จริงๆจากคอลเลกชัน KID-KIDS และจะมาแชร์ความรู้ทั้งหมดรวมไปถึงข้อมูลที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่สนใจในวงการNFTและตอนนี้เราจะมารู้จักเขาให้มากขึ้นกันดีกว่า

Q:แนะนำตัวหน่อยครับ
A:สวัสดีครับผมสุริยา สุบุญมา มาจากคณะดิจิตอลมิเดีย สาขาคอมพิวเตอร์อนิเมชั่นและวิชวลเอฟเฟกต์ ชื่อเล่นชื่อเต้ย ครับ

Q:คุณเต้ยรู้จักNFTได้ยังไง
A:ตอนแรกรู้จักจากเล่นพวกเทรด(คริปโต)ไรพวกนี้อะครับ และก็มารู้จัก NFT ในกลุ่มเทรดเขามีการโปรโมทเกี่ยวกับขายงานศิลป์ที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญาพวกงานดิจิตอล และก็คนในกลุ่มแปะคลิปสอนสมัคร ผมเห็นว่ามันน่าจะเขาถึงได้ง่ายเลยลองเข้าสู่วงการNFTดูอะครับ

Q:จุดเริ่มต้นในการทำNFTเกิดจากอะไร
A:ก็เกิดจากเรียนรู้พวกคริปโตและก็ดูคลิปด้วยอะครับ และมีพวกงานศิลปะที่ตัวเองถนัดอยู่แล้วด้วยครับ

Q:กว่าจะมาเป็น KID-KIDS เนี่ยยากไหม
A:ก็..ยากเหมือนกัน คอลเลกชันแรกของผมจะเป็นอีกกระเป๋าหนึ่งมันจะเป็นคอลเลกชัน เห็ด mushroom เป็นงาน 3D และก็ตอนนั้นก็เหมือนจะขายไปแล้ว 3ตัวแล้วกระเป๋าโดนแฮก ก็เลยเปลี่ยนกระเป๋าใหม่ แล้วก็ปรึกษาคนในกลุ่มNFT ครับว่าทำยังไงดี เขาก็เลยแนะนำให้สร้างกระเป๋าใหม่และก็ล้างคอมพิวเตอร์ใช้ hardware wallet ผมก็เลยลองศึกษาดูว่าจะทำคอลเลกชันใหม่ ทำไอดีใหม่ และก็ซื้อ hardware wallet มาใช้ด้วย ตอนแรกที่สร้างไอดีใหม่มายังไม่เป็น KID-KIDS ตอนแรกยังเป็น HighBurst ทำส่งอาจารย์ในคณะให้เขาตรวจว่า แบบ โอเคหรือยัง อันนั้นเป็นคอลเลกชันแรก ทำเสร็จ3ตัวแรกรู้สึกว่ามันเหนื่อยมาก ทำคอลเลกชันนี้เนี่ยมันไม่ใช่ทางก็เลยพักโปรเจคงานไว้ก่อน แล้วก็กลับมาคิดว่า ตัวเองชอบงานศิลปะแบบไหนที่แบบเคยวาดไว้บ้างลองไปเปิดดูพวกงานเวกเตอร์ มันไม่เชิงว่าเป็นเวกเตอร์ วาดด้วยเม้าส์หนู แต่ลายเส้นมาคล้ายๆ งานAI illustrator ก็เลยลองมาadap reverseงานเอามาทำในรูปแบบของ illustrator ดูก็รู้สึกว่ามันทำสนุกก็เลยผลิต 10 ตัวแรกออกมา แล้วเอาไปให้อาจารย์ในคณะ เขาบอกว่าโอเค ลงได้ น่าจะไม่มีปัญหาอะไร ก็เลยลองลงดู อาจารย์ก็มาซื้อคนแรก

Q:มีขั้นตอนโปรโมทงานตัวเองอย่างไร
A: ตอนแรกโปรโมทงานในกลุ่มNFT ที่อยู่ในfacebook และก็เริ่มมีคนมาซื้อบ้าง 2 คนบ้าง และเหมือนเขาจะแนะนำว่าให้มี twitter กับ IG ก็เลยลองสมัคร twitter ลองลงงานดู ก็มีชาวต่างชาติมาเห็นมาซื้องานบ้างครับ

Q:รายได้จากคอลเลกชันเยอะไหม
A:รายได้ส่วนใหญ่ของผมจะมาจากการซื้องานคนอื่น แต่ถ้ารายได้จากคอลเลกชันเนี่ย(KID-KID) ประมาณ 0.15 ETH ส่วนรายได้หลักก็คือซื้องานคนอื่นมาขายต่อก็จะเป็นคอลเลกชันของพี่ในกลุ่มNFT ตอนนั้นไปแย่งซื้อทัน ซื้อมา3000 แล้วก็เอาไปขาย 30,000 ขายออกได้ 5 นาทีเลย

Q:ความรู้สึกแรกที่งานเราขายได้รู้สึกยังไง
A:มันรู้แบบเรามีกำลังใจนะ แบบถึงแม้จะเป็นอาจารย์ที่รู้จักแล้วเขามาซื้ออะ ก็รู้สึกว่ามีกำลังใจ ก็เลยนั่งทำและให้ความสำคัญกับงานมากขึ้น

Q:คุณเต้ยคิดว่าNFTสามารถยึดเป็นอาชีพหลักได้ไหม
A:ผมคิดว่ามันสามารถทำได้ แต่มันจะมีความเสี่ยงด้วย ตรงที่ว่าบางทีการซื้องานของNFTอะ มันมีหลายปัจจัย ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญที่สุด ปัจจัยของคนซื้อ คนซื้อเวลาเขาซื้องานอะเขาจะเสียค่าธรรมเนียมให้กับเว็บไซต์ เป็นจำนวนเงินเท่านี้ เท่านี้และช่วงที่เขาเสียน้อยที่สุด คือช่วงที่ค่าเงินETH ที่เป็นระบบรันของopenseaอะ ต่ำ ช่วงที่ขายงานออกของผมก็จะเป็นETHราคาต่ำ ประมาณ 56,000 ต่อ 1 เหรียญ(ETH) ค่าซื้องานอะที่คอลเลกเตอร์ต้องจ่ายให้กับทางเว็บ มันจะตกอยู่ประมาณ 3-4 เหรียญ(ดอลล่า) มันจะไม่แพงมาก แต่ช่วงที่ETHราคาขึ้นตอนเนี่ย การซื้องานแต่ละทีอะ คนซื้อจะต้องเสียค่าธรรมเนียมให้ทางเว็บประมาณ เกือบ 100 เหรียญ(ดอลล่า) ก็เลยคิดว่าถ้าจะยึดเป็นอาชีพหลัก จะต้องดูปัจจัยของ
เหรีญคริปโตด้วยที่ใช้มารัน opensea บางทีถ้างานของคุณ Masterpiece พอ ดังพอก็อาจจะยึดเป็นอาชีพหลักแต่ถ้าเราเป็นระดับ รากหญ้า แบบคนปกติก็อาจจะยากนิดหนึ่ง

Q:NFTกับภาพสต็อกต่างกันไหม
A:ผมว่าไม่ต่างกับผลงานศิลปะที่เอามาขายในNFT มันไม่ต่างกันมันสามารถขายได้อยู่ที่แบบว่าเราจะโปรโมทงานยังไงและก็มี passion มี road map ยังไงเพราะว่า คอลเลกเตอร์ต่างประเทศอะ เขาจะชอบงานที่มีstoryที่มีเรื่องราว งานเราดูให้ความสนใจ ใส่ใจกับงาน เขาจะชอบงานที่มี story รองรับ

Q:อยากจะแนะนำอะไรสำหรับคนที่เพิ่งสนใจในNFTหรือกำลังทำNFTอยู่
A:ก็แนะนำว่าช่วงเนี่ย ให้คิดงาน ให้ทำงานเก็บไว้ก่อน ช่วงที่ราคา gas ขึ้นช่วงนี้อะครับ อาจจะต้องรอช่วงประมาณต้นปีหน้าหรือตอนที่ETH 2.0 มา เหมือนได้ข่าวว่าค่าgas จะถูกลงคอลเลกเตอร์สนใจที่จะซื้องานเก็บสะสมงานมากขึ้น ก็อาจจะเป็นช่วงนั้นที่เราอาจจะเอางานที่เรานั่งทำมาเรื่อยๆมาลงก็ได้ ให้เวลากับมันนิดหนึ่ง ถ้าอยากทำก็ให้เวลา ให้ความใส่ใจ และก็ถ้าเราทำไปเรื่อยๆอะมันจะรู้สึกว่าหมดไฟ เราจะต้องทำแล้วคิดว่าเรารู้สึกสนุกมันจะไปได้เรื่อยๆมันจะ flow มันจะทำได้นาน แล้วก็มันจะทำให้เรารู้สึกว่ามีความสุขไม่ใช่เป็นการทำขายเพื่อเงิน เป็นการทำเพื่อให้เราพัฒนาตัวเองทำให้เรารุู้จักคนมากขึ้น ใช้ภาษา มีชื่อเสียงด้วยส่วนหนึ่งประมาณนี้ครับ

Q:สุดท้ายนี้คุณเต้ยมีโปรเจคอะไรไหมที่เกี่ยวกับNFTที่อยากจะทำในอนาคต
A:ก็โปรเจคที่อยากจะทำก็จะเป็นแนว metaverse ส่วนใหญ่ก็ไม่เชิงจะทำเป็นNFT แต่จะเป็นพวก metaverse แต่ก็ไม่ใช่เร็วๆนี้ แต่จะเป็นประมาณ 5 ปีข้างหน้า ส่วนโปรเจคใน NFT ก็อาจจะไป renovate โปรเจคเก่าและก็เอามาทำใหม่ แล้วก็อาจจะรอโปรเจคใหม่และไอเดียใหม่ด้วยครับ

เป็นการสัมภาษณ์ที่ยาวจริงๆ ที่มีทั้งข้อมูล ความรู้ แม้กระทั่งการขายงานบนNFT ถือว่าเป็นตัวช่วยให้ผู้ที่กำลังจะเข้าสู่วงการNFTว่าควรเตรียมพร้อมอย่างไร หรือ งานเราควรลงช่วงไหน โปรโมทอย่างไร สุดท้ายนี้ก็อยากให้ทุกคนศึกษาดีๆเกี่ยวกับNFT เพราะมันยังใหม่มากสำหรับในประเทศไทยในตอนนี้ ก็อยากให้ศึกษาก่อนที่จะลงทุนเสมอ สุดท้ายนี้ก็อยากจะฝากผลงานทั้ง 2 ตัวที่คุณเต้ยได้ทำไว้บนopensea เพื่อที่จะให้เป็นแนวทางศึกษาการทำคอลเลกชันของเพื่อนๆได้

HighBurst:https://opensea.io/collection/highburst
Kid-Kids:https://opensea.io/collection/kid-kids

(บทความนี้เป็นเพียงการสัมภาษณ์บุคคลที่มีประการณ์ในวงการNFTเพื่อเป็นวิทยาทานสำหรับผู้ที่สนใจในงานNFT ซึ่งผู้เขียนและผู้ที่ให้สัมภาษณ์ไม่ได้มีเจตนาที่จะชักชวนหรือชี้นำให้มาลงทุน ดังนั้นโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและโปรดศึกษาก่อนการลงทุนเสมอ)